วันจันทร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2560


วงดนตรีอินดี้ ที่คนชอบฟังเพลงนอกกระแสห้ามพลาด!


จากกระแสที่มาแรงมากของคอนเสิร์ตจาก วงดนตรี สุดยิ่งใหญ่จากเกาะอังกฤษอย่าง Coldplay ที่จะมาทัวร์เอเชียทั้ง 6 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย ซึ่งก็เป็นไปตามคาด เมื่อเปิดวางจำหน่ายบัตรคอนเสิร์ตก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า จนต้องเพิ่มรอบกันเลยทีเดียว เมื่อเห็นกระแสที่คนให้ความสนใจกับเรื่องของการฟังเพลง และดูคอนเสิร์ตมากขนาดนี้ เราจึงอยากมาแนะนำวงดนตรีสากลอินดี้ ซึ่งเป็นวงที่อาจจะไม่ค่อยมีคนรู้จักแพร่หลาย แต่ฝีมือและคุณภาพไม่น้อยหน้าเลยทีเดียว
เริ่มกันที่วงแรก KODALINE


KODALINE วงร็อคที่ประกอบด้วยสมาชิกสุดเท่ 4 คนจากไอร์แลนด์ แนวดนตรีของพวกเขาเป็นโมเดิร์นร็อก มีความละเมียดละไมในแบบวงบริตป๊อปที่มาจากแถบสหราชอาณาจักร เพลงที่เป็นซิงเกิ้ลเปิดตัว อย่าง “All I Want” ที่เปิดตัวอย่างช้าๆ ด้วยอะคูสติกกีต้าร์ คลอกับเสียงร้องเหงาๆ ของนักร้องนำ Steve ได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ Music Video ก็ทำออกมาได้ดีมาก ภาพบรรยากาศและการเล่าเรื่องช่วยส่งให้เพลงนี้สมบูรณ์แบบมากๆ อีกทั้งถ้าลองฟังเพลงแต่ละแทร็คของวงนี้คุณจะรู้จักอินกับมันมากๆ เพราะทุกเพลง KODALINE ถ่ายทอดออกมาจากประสบการณ์ที่พวกเขาเผชิญมาจริงๆ อย่างเพลง All I Want นักร้องนำได้แต่งขึ้นให้แฟนเก่าของเขาที่ไปหยุดพักผ่อนมาแต่กลับมาพร้อมกับแฟนใหม่ อือหือออ สุดจริงๆอะ
เพลงแนะนำ All I want, High Hopes, The one
วงที่สอง The 1975


The 1975 วงดนตรีอินดี้ร็อค มีต้นกำเนิดมาจากเมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ โดยสมาชิกของวงมีทั้งหมด 4 คน The 1975 เปิดตัวซิงเกิลแรก ในเดือนสิงหาคมปี 2012 มีชื่อว่า“Facedown” โดยได้ออกอากาศทางสถานีวิทยุของประเทศอังกฤษ และได้ขึ้นชื่อว่าเป็นวงหน้าใหม่ใน BBC Radio 1 ในช่วง Hew Stephens ซึ่งสามารถดึงความสนใจจากสถานีวิทยุระดับประเทศอย่าง BBC มาได้อย่างมาก โดยในช่วงปลายปี 2012 พวกเขาได้ปล่อยซิงเกิลออกมาอีกครั้ง ที่ชื่อว่า “SEX” จาก EP ที่มีชื่อเดียวกันว่า SEX หลังจากนั้น พวกเขามีเพลงฮิตอย่าง ‘Chocolate’ ที่ไต่สูงถึงอันดับที่ 19 ของ UK Singles Chart และก็อีกเช่นเคยเพลงฮิตนี้ มาจากฝีมือการแต่งของนักร้องนำ Matthew โดย Chocolate เป็นคำแสลงที่คนอังกฤษหมายถึง กัญชา ซึ่งตัวเขาต้องการสื่อถึงชีวิตในวัยเด็กที่ผ่านสภาพแวดล้อมซึ่งเต็มไปด้วยยาเสพติดนั่นเอง ไม่ธรรมดาจริงๆ
เพลงแนะนำ Chocolate, The City, Robbers



วงที่สาม Oh Wonder


Oh Wonder เป็นวงดนตรี หรือจะเรียกว่าดูโอ้ก็ได้ เพราะมีสมาชิก 2 คน แนวดนตรีของพวกเขาคือalternative pop ดูโอ้จากลอนดอนคู่นี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงจากอัลบั้มเต็มอัลบั้มแรกของพวกเขาที่ตั้งชื่อตามวงคือ “Oh Wonder” เพลงของพวกเขามีลักษณะนุ่มนวล เชื่องช้า และเจือปนไปด้วยกลิ่นอายของดนตรีอาร์แอนด์บี Oh Wonder ได้รับการกล่าวถึงอย่างมากในฐานะวงดนตรีต่างชาติของปี 2015 จากสื่อสิ่งพิมพ์ และบล็อกต่าง ๆ มากมาย เพลงของพวกเขาที่ออกจำหน่ายในแต่ละเดือน ล้วนแต่ขึ้นไปอยู่ในอันดับหนึ่งในบล็อก Hype Machine อีกทั้งยังเป็นวงดนตรีที่ถูกเขียนในบล็อกมากที่สุดเป็นอันดับสองของปี 2015 ด้วย เพลงของ Oh Wonder ถูกฟังผ่านสตรีมมิ่งเกิน 100 ล้านครั้งเลยทีเดียว
เพลงแนะนำ All We Do, Without You, Drive
วงที่สี่ Tame Impala


Tame Impala เป็นวงแนว Psychedelic rock จาก Perth ประเทศ Australia ที่เมื่อปี 2010 อัลบั้ม “Innerspeaker” ของพวกเขากวาดเอาเสียงชื่นชมจากนักวิจารณ์และแฟนเพลงไปอย่างท่วมท้น กับเอกลักษณ์ดนตรีร็อคยุค 70’s ที่อัดแน่นไปด้วยซาวด์กีตาร์ที่เป็นเอกลักษณ์ ไดนามิกของเพลงที่พุ่งทะยาน คล้ายกับดูดพาคนฟังหลุดเข้าไปในหลุมวนแห่งร็อคย้อนยุคที่ฟังเมื่อนานมาแล้ว ฟังแล้วเมาๆ ลอยๆ หน่อย ซึ่งรูปแบบเพลงที่ได้มานี้เกือบทั้งหมดก็เป็นฝีมือการแต่งของหัวหอกของวงอย่าง Kevin ซึ่งเสียงของเค้าก็ไม่รู้จะร้องคีย์สูงไปไหนแต่ฟังแล้วมันเพลินมากจริงๆ
เพลงแนะนำ The Less I Know The Better, Let It Happen, Feels Like We Only Go Backwards
วงสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด Kings Of Leon


Kings Of Leon สมาชิกประกอบไปด้วย 4 หนุ่ม(3 พี่น้อง+1 ญาติสนิท) วงร็อคอินดี้ขั้นเทพขวัญใจเด็กแนว สัญชาติอเมริกัน ที่มีจุดเด่นคือการผสมผสานสำเนียงของความเป็น Garage , Post-Punk แบบอังกฤษๆ กับกลิ่นอายของ Southern Rock , Country Rock แบบอเมริกันชน หลายคนคงรู้จักพวกเขาจากเพลง ‘Use Somebody’ ซึ่งแต่ละเพลงในแต่ละอัลบั้ม ความหมายนี่ซึ้งกินใจสุดๆ ล่าสุดพวกเขาเพิ่งปล่อยอัลบั้มใหม่ชื่อ “WALLS” ซาวน์ดนตรีแต่ละเพลงมีความแปลกใหม่ คือเจ๋งทุกเพลงจริงๆ ลองไปหาฟังกันนะ
เพลงแนะนำ Use Somebody, Beautiful War, Walls



About Time ย้อนเวลาให้เธอปิ๊งรัก







ชื่อภาพยนตร์: About Time ย้อนเวลาให้เธอปิ๊งรัก

ผู้กำกับภาพยนตร์: Richard Curtis
ผู้เขียนบทภาพยนตร์: Richard Curtis
นักแสดงนำ: Domhnall Gleeson, Rachel McAdams, Bill Nighy
แนว: Comedy, Drama, Sci-Fi
เรท: USA/R
ความยาว: 123 นาที
สตูดิโอ/ผู้จัดจำหน่าย: Translux, Working Title Films, ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล พิคเจอร์ส (ฟาร์ อีสต์)
วันที่เข้าฉายในประเทศไทย: 10 ตุลาคม 2556





          3 ทศวรรษที่ผู้กำกับ ริชาร์ด เคอร์ติส ได้สร้างผลงานที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัวในโลกภาพยนตร์และทีวี เขาได้มอบตัวละครที่ยากจะลืมเลือนหลายต่อหลายตัวให้กับคนดู เป็นตัวละครที่ทำให้พวกเราได้หัวเราะกับข้อบกพร่องแบบมนุษย์เดินดินของพวกเราเอง และยังได้แบ่งปันน้ำตาในการเดินทางแสนพิเศษที่ดำเนินไปพร้อมกับชีวิตประจำวันของพวกเราเอง
         เคอร์ติสเริ่มฉายแววเด่นในฐานะมือเขียนบทให้กับผลงานทางทีวีที่กลายเป็นงานคลาสสิก อย่าง Not the Nine O’Clock News, Blackadder, Mr Bean และ The Vicar of Dibley เมื่อเขาผันตัวเองไปทำงานภาพยนตร์จอเงิน เคอร์ติสทำให้คนดูต้องประหลาดใจกับงานเขียนบทของเขาในผลงานภาพยนตร์ตลกคลาสสิกอย่าง Four Weddings and a FuneralNotting Hill และ Bridget Jones’s Diary ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้เขาก้าวไปสู่งานกำกับภาพยนตร์เรื่องแรก นั่นก็คือภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์ที่ฮิตไปทั่วโลกอย่าง Love Actually ติดตามมาด้วยผลงานที่เป็นเสมือนจดหมายรักที่เขาส่งถึงงานดนตรีป็อปจากยุค 60 อย่างเรื่อง The Boat That Rocked ซึ่งเขากำกับเองด้วย
          บัดนี้ กับผลงานชิ้นล่าสุดเรื่อง ‘About Time’  เคอร์ติสได้มอบผลงานภาพยนตร์ที่ถือว่าเป็นผลงานส่วนตัวมากที่สุดของเขา

          ตอนอายุได้ 21 ปี ทิม เลก (Domhnall Gleeson/โดห์นัลล์ กลีสัน จาก Anna Karenina, Harry Potter and the Deathly Hallows: Part 2) พบความจริงว่าเขาสามารถเดินทางข้ามเวลาได้
          หนึ่งคืนหลังจากงานฉลองเทศกาลปีใหม่ที่แสนน่าเบื่อผ่านพ้นไปอีกปี พ่อของทิม (Bill Nighy/บิลล์ ไนฮีย์ จาก The Best Exotic Marigold Hotel, Love Actually) ได้บอกลูกชายของเขาว่า ผู้ชายในตระกูลของเขามีความสามารถพิเศษที่จะเดินทางข้ามกาลเวลาได้ ทิมไม่สามารถเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ได้ แต่เขาสามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นและเคยเกิดขึ้นในชีวิตของเขาเองได้ ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะทำให้โลกของเขาดีขึ้น…ด้วยการหาแฟน แต่น่าเสียดายที่ทุกอย่างมันไม่ง่ายเหมือนที่คุณคิด
          ทิมต้องย้ายจากบ้านเกิดที่คอร์นวอลล์ เมืองริมทะเลไปอยู่ลอนดอน เพื่อเป็นทนายฝึกหัด ในที่สุด เขาได้พบกับ แมรี่ สาวสวยที่ไร้ความมั่นใจ (เรเชล แม็คอดัมส์/Rachel McAdams จาก Mean Girls, The Notebook, The Vow) พวกเขาตกหลุมรักกัน แต่แล้วอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากการเดินทางข้ามกาลเวลา กลับทำให้เหตุการณ์เปลี่ยนไปเหมือนเขาไม่เคยเจอเธอมาก่อนเลย พวกเขาได้พบกันครั้งแรกซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ในที่สุด หลังจากเดินทางข้ามกาลเวลาอยู่หลายรอบ เขาก็คว้าหัวใจเธอมาครองได้
          จากนั้น ทิมได้ใช้พลังของเขาสร้างเหตุการณ์ขอแต่งงานที่โรแมนติคที่สุด และยังช่วยงานแต่งงานของเขาให้รอดพ้นจากคำพูดที่เลวร้ายที่สุดของเพื่อนเจ้าบ่าว และยังช่วยเพื่อนรักของเขาจากหายนะที่บังเกิดกับงาน แต่เมื่อชีวิตที่ไม่เหมือนคนปกติของเขาดำเนินไป ทิมพบว่าพรสวรรค์ของเขาไม่อาจช่วยเขาจากความโศกเศร้าและชีวิตที่มีขึ้นมีลงที่ส่งผลต่อหลายครอบครัวในทุกหนทุกแห่งได้ มีข้อจำกัดหลายอย่างที่แม้แต่การเดินทางข้ามกาลเวลาก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ และบางครั้งมันยังกลายเป็นเรื่องอันตรายด้วยซ้ำ

          ‘About Time’ คือภาพยนตร์ตลกเกี่ยวกับความรักและการเดินทางข้ามกาลเวลา ซึ่งในที่สุดแล้วมันก็คือการค้นพบว่า การใช้ชีวิตให้ดีที่สุดนั้นอาจไม่ต้องการการเดินทางข้ามกาลเวลาเลยก็ได้
          ผู้ร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้แก่ ทอม ฮอลแลนเดอร์/Tom Hollander (Pirates of the Caribbean: At World’s End, Pride & Prejudice) ผู้รับบท แฮร์รี่ เจ้าของบ้านเช่าของทิม ซึ่งเป็นนักเขียนบทละครที่ชีวิตแสนทุกข์ทรมาน และมาร์ก็อต ร็อบบี้ (เจ้าของผลงานทางทีวีเรื่อง Neighbours, ภาพยนตร์ใหม่เรื่อง The Wolf of Wall Street) รับบท ชาร์ล็อตต์ สาวที่ทิมเคยหลงรักตอนเป็นวัยรุ่น
          เคอร์ติสยังรวบรวมทีมงานหลังกล้องมือดี อย่าง ผู้กำกับภาพ จอห์น กูเลสเซอเรี่ยน (Like Crazy, Breathe In), โปรดักชั่นดีไซเนอร์ จอห์น พอล เคลลี่ (The Other Boleyn Girl, The Guard), ผู้ลำดับภาพ มาร์ก เดย์ (ภาพยนตร์ชุด Harry Potter, The Girl in the Café), ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย แวริตี้ ฮอว์กส์ (Snatch., Inkheart) และผู้แต่งดนตรีประกอบ นิค แลร์ด-โคลเวส์ (Fierce People, The Silent Army) ที่เข้ามาร่วมงานกับเคอร์ติส ที่ทำหน้าที่เป็นทั้งมือเขียนบท, ผู้กำกับ, ผู้อำนวยการสร้างบริหาร ก็คือ ทีมผู้อำนวยการสร้าง ทิม บีแวน (Les Misérables, Rush) และเอริค เฟลล์เนอร์ (Les Misérables, Love Actually) ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการสร้างให้กับภาพยนตร์ทุกเรื่องของ เคอร์ติส พร้อมด้วย นิคกี้ เคนทิช บาร์นส์ (Salmon Fishing in the Yemen, About a Boy) พวกเขาได้ผนึกกำลังร่วมงานกับทีมผู้อำนวยการสร้างบริหาร ลิซ่า ชาซิน (Contraband, Les Misérables) และอามีเลีย แกรนเจอร์ (Anna Karenina, Les Misérables)

เพลงประกอบ
1. The Luckiest – Ben Folds
2. How Long Will I Love You – Jon Boden, Sam Sweeney, Ben Coleman 
3. Mid Air – Paul Buchanan
4. At The River – Groove Armada
5. Friday I’m In Love – The Cure
6. Back To Black – Amy Winehouse
7. Gold In Them Hills – Ron Sexsmith
8. The About Time Theme – Nick Laird-Clowes
9. Into My Arms – Nick Cave & The Bad Seeds
10. Il Mondo – Jimmy Fontana
11. Golborne Road – Nick Laird-Clowes
12. Mr. Brightside – The Killers
13. Push The Button – Sugababes
14. All The Things She Said – T.A.T.U.
15. When I Fall In Love – Barbar Gough, Sagat Guirey, Andy Hamill, Tim Herniman
16. Spiegel Im Spiegel – Arvo Pärt
17. How Long Will I Love You – Ellie Goulding









วันจันทร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2560

EXO



เอ็กโซ (เกาหลี: 엑소; อังกฤษ: EXO) เป็นวงดนตรีบอยแบนด์สัญชาติจีนและเกาหลีใต้ ก่อตั้งขึ้นที่โซล ภายใต้สังกัดเอสเอ็มเอนเตอร์เทนเมน เอ็กโซเปิดตัวในปี พ.ศ. 2555 ด้วยสมาชิก 12 คน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มย่อย ได้แก่ เอ็กโซ-เค (EXO-K) และเอ็กโซ-เอ็ม (EXO-M) เพื่อโปรโมตในประเทศเกาหลีใต้ และประเทสจีนตามลำดับ เอ็กโซมีชื่อเสียงขึ้นมาด้วยอัลบั้มชุดแรกที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุด คืออัลบั้ม XOXO ในปี พ.ศ. 2556
พวกเขาเปิดตัวพร้อมกันทั้งในเกาหลีใต้และจีน โดยมีซิงเกิลเปิดตัวคือ มาม่า ซึ่งปล่อยออกมาเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2555 ตามมาด้วยการเปิดตัวอีพี ของเพลงดังกล่าว ในวันต่อมา
ในเดือนพฤษภาคม 2557 คริส ฟ้องเอสเอ็มเอ็นเตอร์เทนเมนต์เพื่อออกจากวง ลู่หาน ทำตามในเดือนตุลาคม 2557 ในเดือนเมษายน 2557 เทา ก็ยุติบทบาทและในที่สุดก็ออกจากวงไปในเดือนสิงหาคม 2557  ปัจจุบันเอ็กโซจึงดำเนินการต่อไปด้วยสมาชิก 9 คน ในเดือนกรกฎาคม 2558 คดีระหว่างลู่หานและคริสกับเอสเอ็มเอ็นเตอร์เทนเมนต์ มีข้อยุติว่าทั้งสองคนยังมีสัญญากับเอสเอ็มเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ไปถึง พ.ศ. 2565 เอสเอ็มเอ็นเตอร์เทนเมนต์จะเปิดให้มีการทำงานนอกเกาหลีและญีปุ่น นั่นคือตัวแทนในประเทศจีนจะแบ่งผลประโยชน์กับเอสเอ็มเอ็นเตอร์เทนเมนต์


2554: ก่อนการเปิดตัว

2555: การเปิดตัว และอีพี มามาในเดือนมกราคม 2554 อี ซูมาน ได้ประกาศว่าจะมีการเปิดตัวบอยแบนด์ในเดือนมีนาคม หรือเมษายน 2554 โดยใช้ชื่อกลุ่มว่า M1 ซึ่งรูปของสมาชิก 7 คน ขณะที่กำลังซ้อมเต้นอยู่ ได้รั่วไหลทางสื่อออนไลน์  ต่อมาในเดือนพฤษภาคม 2011 อี ซู-มัน ได้พูดถึงวงดังกล่าวกับกระแสธุรกิจฮันรยู ในการสัมมนา ณ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ซึ่งในการสัมมนาครั้งนั้นเอง ได้อธิบายเหตุผลในการแบ่งกลุ่มดังกล่าวเป็น 2 กลุ่มย่อย คือ M1 และ M2 โดยจะทำการโปรโมทด้วยเพลงเดียวกันทั้งในเกาหลี และจีน ซึ่งนายอีเองได้วางแผนไว้ว่า จะเปิดตัววงดังกล่าวได้ในเดือนพฤษภาคม 2011 แต่การเปิดตัวต้องล่าช้าออกไป รวมทั้งไม่มีข่าวคราวของวงดังกล่าวจนถึงเดือนตุลาคม 2011 จนในเดือนธันวาคม 2554 ทางกลุ่มได้เปิดตัว ซึ่งใช้ชื่อว่า EXO พร้อมกับสมาชิก 12 คน โดยใช้ทีเซอร์ที่อัปโหลดในยูทูบ ทั้งหมด 23 คลิป ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2554 จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2555 โดยที่ Kai, Lu Han, Tao, และ Chen เป็นสมาชิก 4 คนแรกที่ได้ปรากฏตัว โดยเปิดตัวต่อสาธารณชนครั้งแรกในรายการ Gayo Daejun ของสถานีโทรทัศน์ SBS ในวันที่ 29 ธันวาคม 2554

เอ็กโซ-เค และ เอ็กโซ-เอ็มได้ปล่อยซิงเกิล What is Love เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2555 ผ่านทางItunes และเว็บไซต์เพลงออนไลน์อีกหลายแห่งในจีน และเกาหลีใต้ โดยเพลงดังกล่าวได้รับการจัดอันดับสูงสุดที่อันดับ 88 บนชาร์ตเพลงของ กาอน ซิงเกิล ชาร์ต หลังจากนั้นในวันที่ 9 มีนาคม ได้ปล่อยซิงเกิลที่สองในชื่อ History,[15]ซึ่งแต่ง และอำนวยการสร้างโดย ทอมัส โทรลเซน และ รีมี โดยซิงเกิลดังกล่าวได้รับการจัดอันดับสูงสุดที่อันดับ 68 บน กาอน ซิงเกิล ชาร์ต และอันดับที่ 6 บน ไชน่าส์ ซินา มิวสิก ชาร์ต
การแสดงคอนเสิร์ตของวงจัดขึ้น ณ โซล โอลิมปิก สเตเดียม ในวันที่ 31 มีนาคม ซึ่งเป็นวันที่เอ็กโซเปิดตัวทีเซอร์ในยูทูปครบ 100 วัน โดยมีแฟนคลับประมาณ 8,000 คน เลือกที่จะให้ความสนใจกับคอนเสิร์ตในครั้งนี้ คอนเสิร์ตครั้งที่ 2 จัดขึ้น ณ ห้องประชุมใหญ่ของมหาวิทยาลัยการบริหารและเศรษฐศาสตรร์นานาชาติ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ในวันต่อมา
เอ็กโซ-เค และ เอ็กโซ-เอ็ม ได้ปล่อยซิงเกิลเปิดตัว MAMA ในวันที่ 8 เมษายน ตามมาด้วยการปล่อยอีพี มาม่า ในวันที่ 9 เมษายน โดยในวันก่อนหน้านั้น เอ็กโซ-เค ได้มีการแสดงเปิดตัวในรายการ ดิ มิวสิก เทรนด์ ในขณะที่ เอ็กโซ-เอ็ม ก็ได้แสดงในงาน China's 12th Yinyue Fengyun Bang Awards ในวันเดียวกัน หลายวันถัดมา เพลงดังกล่าวก็อยู่ในอันดับที่ 1 ของเว็บไซต์เพลงออนไลน์ และชาร์ตเพลงในจีนโดยอัลบั้มของเอ็กโซ-เอ็ม อยู่ในอันดับที่ 2 บน ซินา อัลบั้ม ชาร์ต ของจีน ,อันดับที่ 5 บน กาอน ซิงเกิล ชาร์ต ของเกาหลีใต้ และอันดับที่ 12 บน บิลบอร์ด เวิลด์ อัลบั้ม ชาร์ต ส่วนอัลบั้มของเอ็กโซ-เค อยู่ในอันดับที่ 1 บน กาอน ซิงเกิล ชาร์ต และอันดับที่ 8 บน บิลบอร์ด เวิลด์ อัลบั้ม ชาร์ต ในขณะที่มิวสิกวีดีโอ มาม่า ของเอ็กโซ-เอ็ม อยู่ในอันดับที่ 1 ของเว็บสตรีมมิงของจีน ส่วนของเอ็กโซ-เคก็อยู่ในอันดับที่ 7 บน ยูทูบ โกลบอล ชาร์ต


2556: อัลบั้ม เอกซ์โอเอกซ์โอ, ประสบความสำเร็จ และอีพี มิราเคิลส์อินดีเซมเบอร์

31 พฤษภาคม 2556 EXO comeback เพลง Wolf ซึ่งเป็นเพลงจากอัลบั้มเต็มอัลบั้มแรก XOXO หลังจากห่างหายไปนานเกือบ 1 ปี บนเวที M countdown ซึ่งการ comeback ครั้งนี้ EXO-K และ EXO-M ได้กลับมารวมตัวกันทั้ง 12 คน
หลังจากจบการโปรโมตเพลง Wolf บนเวที Inkigayo ในวันที่ 21 กรกฎาคม 2556 EXO ได้ comeback อีกครั้ง ในเพลง Growl ซึ่งเป็นเพลงจากอัลบั้ม Repackage XOXO ซึ่งอัลบั้มนี้ได้เพิ่มเพลงใหม่ 3 เพลง ได้แก่ Growl, Lucky, XOXO และในวันที่ 1 สิงหาคม 2556 EXO ได้ comeback stage บนเวที M countdown
และในเดือนกันยายน เป็นช่วงจบการโปรโมตของเพลง Growl บนเวที Music Core ในวันที้ 7 กันยายน 2556 ซึ่งเพลง Growl ได้ความนิยมเป็นอย่างมาก ทำให้ EXO ได้รับรางวัลจากงานต่างๆมากมาย เช่น Song Of The Years หรือ Album Of The Years ซึ่งอัลบั้ม Repackage XOXO มียอดขาย 500,000 ก๊อปปี้ สร้างสถิติกลุ่มศิลปินที่ขายอัลบั้มได้มากที่สุดในปี 2013 จนกระทั่ง EXO comeback อีกครั้ง ในมินิอัลบั้ม Miracle In December โดย โปรโมตเพลง Miracle In December ซึ่งในช่วงแรก จะมีแค่ แบคฮยอน,เฉิน และดีโอ มาโปรโมต ต่อมาก็ได้มี ลู่หาน และ เลย์ มาสมทบด้วย และในช่วงหลังๆการโปรโมตเพลง Miracle In December ก็จะมีเพลง Christmas day เป็น Special satge ซึ่งได้โปรโมตทั้ง 12 คน และในวันที่ 5 ธันวาคม 2556 EXO ได้ comeback stage บนเวที M! Countdown

2557: อีพี โอเวอร์โดส, คริสและลู่หานยื่นฟ้องต่อสังกัด และทัวร์เดี่ยวแรกของวง

วันที่ 1 เมษายน 2557 S.M. Entertainment ได้แถลงว่าเอ็กโซจะเริ่มโปรโมทมินิอัลบัมใหม่ในวันที่ 15 พฤษภาคม โดยได้ปล่อยรูปทีเซอร์เดี่ยวออกมา และมีชื่อของเพลงไตเติ้ลว่า "Overdose"
ในวันที่ 15 เมษายน 2557 เวลาราว 20:00 น. เอ็กโซได้แสดง comeback showcase โดยออกอากาศผ่านทาง Samsung Music ในระบบออนไลน์ ซึ่งเป็นที่แรกในการปล่อยมิวสิกวิดีโอเพลง Overdose ให้แฟนๆได้รับชม รวมทั้งได้แสดงเพลงฮิตเก่าๆ ของพวกเขาในโชว์เคสครั้งนี้ด้วย โดยเอ็กโซได้โปรโมทมินิอัลบัมนี้ทั้ง 2 ประเทศ คือ เกาหลีและจีนไปพร้อมกันเช่นเคย แต่ด้วยสถานการณ์ของเกาหลีใต้เรื่องอุบัติเหตุเรือเฟอร์รี่ในเวลานั้น ทำให้ Exo-K ต้องเลื่อนโปรโมทที่เกาหลีใต้ออกไปก่อน ส่วนทางด้าน Exo-M ได้คัมแบ็คที่จีนในวันที่ 19 เมษายน 2557 บนเวที Global Chinese Music โดยในตอนแรกมินิอัลบัมนี้จะถูกปล่อยออนไลน์ในวันที่ 21 เมษายน แต่ถูกเลื่อนออกไปเป็น 7 พฤษภาคม 2557 จึงทำให้เพลง Overdose ของพวกเขาได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากชาร์ตเพลง จนได้รับ "All-kill" ภายในเวลา 7 ชั่วโมงหลังจากที่ปล่อยเพลงออกมา

2558: อัลบั้ม เอ็กโซดัส, เทายื่นฟ้องต่อสังกัด, เปิดตัวที่ญี่ปุ่น และอีพี ซิงฟอร์ยู

2559: ทัวร์ที่อเมริกาเหนือ, อัลบั้ม เอ็ก'แซ็กท์, คริสและลู่หานถอนตัวออกจากวง และอีพี ฟอร์ไลฟ์

2560–ปัจจุบัน: การแสดงสดที่สนามกีฬาโอลิมปิก



คอนเสิร์ตเดี่ยว

คอนเสิร์ตร่วม

คอนเสิร์ตพิเศษ

  • 2556: SM Town Week: Christmas Wonderland 

แขกรับเชิญ






ข้อมูลจาก :
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B9%82%E0%B8%8B_(%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5)#.E0.B8.9B.E0.B8.A3.E0.B8.B0.E0.B9.80.E0.B8.94.E0.B9.87.E0.B8.99.E0.B8.97.E0.B8.B2.E0.B8.87.E0.B8.81.E0.B8.8E.E0.B8.AB.E0.B8.A1.E0.B8.B2.E0.B8.A2

About time

วงดนตรีอินดี้ ที่คนชอบฟังเพลงนอกกระแสห้ามพลาด ! จากกระแสที่มาแรงมากของคอนเสิร์ตจาก วงดนตรี สุดยิ่งใหญ่จากเกาะอังกฤษอย่าง Coldplay ที่...